เมื่อวานนี้ ปอยดูคนค้นคน เรื่องของคุณปรีชา เปิดไปโดยบังเอิญ
พอนั่งดูไปนะคะ เกิดหลายอารมณ์ ไม่รู้ว่าจะสงสาร หรือดีใจกับเค้าดี
ดูเค้ามีความสุขในแบบของเค้า แต่ในมุมมองของปอย ดูแล้วประทับใจเหลือเกิน
จะเล่าให้ฟังย่อๆ นะคะ เดี๋ยวไปหารูป ก่อน

ข้อความข้างล่างนี้คัดมาจากทีวีบูรพานะคะ
ณ หาดบางแสน... ไม่มีใครไม่รู้จักเขา!! ..เขาไม่ใช่ดารา ไม่ใช่บุคคลที่มีชื่อเสียง
ไม่ได้เป็นนักการเมือง สว. สส. สก. สข. หรือ อบต. ไม่ใช่แม้แต่เป็นผู้ทรงอิทธิพลใดๆ
ทั้งสิ้น.. แต่เขาคือคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา!!
ตลอดต้นหาดยันท้ายหาดทุกคนรู้จักเขาหมดในนาม 'ชา 7 สี'
ขวัญใจพ่อค้าแม่ค้าประจำหาดบางแสน เขาเป็นใคร..? มาจากไหน..?
ทำไมถึงครองใจพ่อค้าแม่ค้าทั่วทั้งหาดบางแสนได้ 'คนค้นฅน'
กับภาระกิจที่เฝ้าติดตามชายคนหนึ่งวัย 45 ปี ตามติดชนิดก้าวต่อก้าว
ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน เสมือนเป็นเงาตามตัว ไม่เว้นแม้กระทั่ง กิน อยู่หลับนอน
จนถึงเข้าห้องน้ำ!! ด้วยฉายา 'พระอภัยมณีเมืองชลบุรี' 'ชา 7 สี' หรือ 'น้ำชา'
คือชื่อน่ารักๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าตั้งให้ เขาคือผู้ที่แต่งตัวมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว
นั่นคือการแต่งตัว 7 วัน 7 สี ทุกอย่างในร่างกายไม่ว่าจะเป็น
เสื้อ กางเกง รองเท้า หมวก แว่นตา หมวกกันน๊อค
หรือแม้กระทั่งกางเกงในยังต้องตามสีวันในแต่ละวันด้วย
นอกจากความแปลกในการแต่งตัวแล้วเขายังมีอาชีพที่แปลกไม่เหมือนใคร
และไม่มีใครกล้าเหมือน.. คือการรับจ้างถอนผมหงอก!!
ด้วยลีลาการถอนที่ค่อยๆ บรรจงใช้มือคลึงหงอกเส้นเล็กๆ ทีละเส้น
ก่อนที่จะเหย่อกระตุก 2-3 ทีเพื่อให้หลุดมาทั้งรากทั้งโคน
จนพ่อค้าแม่ค้าประจำหาดบางแสนติดอกติดใจ
พยักหน้าพร้อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า..มันส์!! ส่วนรายได้น่ะหรือ?
ไม่ต้องพูดถึง.. มีเงินเก็บในธนาคารหลายหมื่นบาท เขาจำได้หมดทุกบาททุกสตางค์
นายปรีชา จินตนา คือชื่อและนามสกุลตามบัตรประชาชน
ชาเป็นลูกชายคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน
พ่อในอดีตเคยทำงานขับรถเก็บขยะของเทศบาลจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ
ส่วนแม่ทำงานรับจ้างทั่วไปจนมาเสียชีวิตเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว
ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อ น้องสาว น้องเขย และหลานๆ ในบ้านไม้สองชั้น
ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ก็อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน ..ย้อนอดีตไปเมื่อ 35 ปีที่แล้ว
ด.ช.ปรีชาเรียนจบชั้นประถมปีที่ 4จากโรงเรียนวัดบางเป้ง จ.ชลบุรี
แต่ไม่ได้รับการเรียนต่ออย่างที่ใจอยาก ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินในการศึกษาเล่าเรียน
นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของครอบครัวหาเช้ากินค่ำอย่างเขา
แต่เหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่ได้เรียน ก็เนื่องด้วยโรคประจำตัวที่เป็นมาตั้งแต่อายุได้ 3 ขวบ
คือ 'โรคลมบ้าหมู' หรือที่เรียกอีกอย่างว่า 'โรคลมชัก'
ซึ่งทำให้ ด.ช.ปรีชามีอาการชักทุกครั้งจนแทบจะทุกวันที่มาโรงเรียน
กระทั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องหยุดรักษาตัวอยู่บ้านไม่ได้เรียนต่อเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ
แต่ด้วยความไม่ท้อถอยในชะตาชีวิตที่ตัวเองเป็น
และไม่ต้องการสร้างภาระให้กับครอบครัวและคนรอบข้าง
เขาพยายามสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและอยากให้คนรอบข้างเห็นคุณค่าในตัวเขา
โดยการเดินเก็บแก้วน้ำ ขวดน้ำ ตามถังขยะไปขาย เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง
ส่วนหนึ่งก็เพื่อนำมารักษาอาการโรคลมชักของตน ที่จะต้องกินยาไปตลอดชีวิต
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือต้องการนำเงินมาซื้อข้าวสารให้พ่อ
และครอบครัวได้กิน นั่นเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
เขาไม่ชอบให้ใครเรียกเขาว่า..ไอ้บ้า!! เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ได้ 'บ้า'
ถ้าบ้าแล้วมีเงินเก็บอย่างเขาหรือเปล่า? นั่นเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ..
ทุกวันนี้เขามีความสุขในแบบที่เขาเป็น แม้จะเป็นความสุขในโลกของเขาก็ตาม
ในมุมหนึ่งของชีวิตเหมือนเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และมีความสุข
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีความเศร้าเหงาหงอยหรือ
บางทีเขาอาจจะกำลังต้องการเอาชนะกับอะไรบางอย่าง
เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนหรือแม้กระทั่งตัวเองให้เห็นและอยู่ได้ในโลกของความเป็นจริงให้ได้
ติดตามเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ของ 'ชา 7 สี'
กับภาระกิจที่แสนสุขสรรค์ ริมหาดบางแสน ในตอนที่มีชื่อขำขำว่า ' ชา ยอดมนุษย์ 7 สี'
ใครได้ดู แวะมาคุยกันน๊า ในความคิดของปอยปอยก็ว่าเค้าไม่ได้บ้า
เป็นคนที่ชีวิตมีระเบียบแบบแผน
ความจริงน่าจะใช้คำว่าพอเพียง กับชายคนนี้
edit @ 2007/09/12 13:00:27